ธรรมชาติแห่งผืนป่า by Ronnachit Khampibal
faculty of agriculture(animal science) khon kean university
FB:Ronnachit Khampibal
![]() |
| (สิงโตนิพล) เป็นกล้วยไม้ขนาดเล็ก ลำต้นกลม ใบมีลักษณะคล้ายพายแต่เล็กมากมีเพียงหนึ่งใบเท่านั้น เจริญเติบโตได้ดีในป่าที่มีความชื้นอากาศสูง จึงมักจะพบสิงโตจำพวกนี้ตามยอดเขาและป่าดิบเชิงเขาทางภาคเหนือหรือตะวันออกเฉียงตอนบน |
![]() |
| (สิงโตปากนกกระจิบ หรือทับทิมภูหลวง) บางทีสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กผู้คนที่ผ่านไปมา อาจจะไม่ได้สังเกตุและไม่ให้ความสนใจมากนัก แต่ถ้าเราเปิดใจที่จะเข้าไปสัมผัสหรือทำความรู้จักกับมัน ชีวิตเล็กๆเหล่านี้มันอาจเป็นจุดเปลี่ยนทำให้เรามีมุมมองที่แปลกใหม่ ซึ่งเป็นสีสันอีกแบบที่จะทำให้การเดินป่าศึกษาธรรมชาติน่าเข้าไปค้นหาเพิ่มขึ้นไปอีก และนี่ก็เป็นพืชขนาดเล็กอีกชนิดหนึ่ง มีชื่อว่า ทับทิมภูหลวง เป็นกล้วยไม้ในกลุ่มของสิงโต เจริญเติบโตด้วยการอิงอาศัยต้นไม้ใหญ่ ต้องการความชื้นอากาศมากจึงมักพบบริเวณที่สูงเช่น ป่าดิบเขา เป็นต้น จากภาพพบที่ ภูหลวง จ.เลย |
![]() |
| (สิงโตปากนกแก้ว) จัดเป็นกล้วยไม้ในกลุ่มของสิงโตอีกชนิดหนึ่ง ลักษณะเด่นของปากนกแก้วคือจะมีเยื่อบางๆ เหมือนตาข่าย ล้อมรอบลำต้น ใบมีลักษณะที่หนาเป็นแผ่นเดียว เจริญเติบโตได้ดีในที่สูงหรือมีความชื้นอากาศมาก จากภาพพบในเขตภูหลวง จ.เลย |
![]() |
| (เอื้องเทียนหนู) กล้วยไม้ขนาดกลาง อิงอาศัยอยู่ตามต้นไม้ที่มีเปลือกหนาเพื่อที่รากจะสามารถยึดเกาะและเก็บน้ำได้ เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่สูง จากภาพภาพ พบที่ภูหลวง จ.เลย |
![]() |
(ดอกเข้าพรรษาเหลือง)
เป็นไม้ล้มลุกในวงษ์ขิง มีเหง้าได้ดิน จะพบต้นและดอกในช่วงฤดูฝน ดอกมีลักษณะเป็นพวงเป็นดอกช่อ ออกมาจากปลายยอด จากภาพพบที่ อุทยานแห่งชาติตาดหมอกจ.เพชรบูรณ์
|
![]() |
(ต้นพัดนางชี)
อุทยานแห่งชาติตาดหมอก
|
![]() |
| (ว่านนกคุ้มหรือเปราะใหญ่) เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว |
![]() |
(ต้นเปราะหอม/เปราะป่า)
พบในช่วงฤดูฝนที่น้ำตกตาดฮ้อง เขตอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน
|
![]() |
(ดอกเข้าพรรษาขาว)
พบในช่วงฤดูฝนที่น้ำตกพลาญทอง เขตอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน
|
![]() |
(เปราะลาย)
ลักษณะทั่วไปเป็นพืชล้มลุก มีลำต้นเป็น อยู่ใต้ดินใบจะเป็นใบเดี่ยว ประมาณ2-3ใบ แผ่ราบไปกับพื้นโดยเปราะชนิดนี้จะมีใบลายจุดเกือบเต็มใบ ออกดอกในช่วงฤดูฝน
พบในเขตรอยต่อภูกระดึง
|
![]() |
(ว่านดอกทองมหาอุดม)
เป็นพืชที่มีลำต้นแท้หรือหัวสะสมอาหารอยู่ใต้ดิน ส่วนสีเขียวเหนือพื้นดินที่เจอในช่วงฤดูฝนคือลำต้นเทียมที่สร้างขึ้นเพื่อสังเคราห์แสงในช่วงสภาพอากาศที่เหมาะสมและมีน้ำมากพอ พอถึงช่วงฤดูแล้งจะพักหัวในดิน พบที่บริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
"เขตอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง"จ.ระยอง
|
![]() |
(กล้วยไม้ดินนางอั้ว)
กล้วยไม้ดินถ้าจัดตามสังคมพืชแล้ว จะอยู่ในสังคมชั้นล่างสุด มีรากที่เป็นรากดินต้นนางอั้วมีลักษณะทั่วไปคือใบจะเป็นแผ่นกว้างแผ่ราบไปกับพื้น หลังใบมีลายนิดหน่อย จะออกดอกในช่วงฤดูฝนพบได้ในป่าที่มีดินอุดมสมบูรณ์ มีเศษอินทรีย์วัตถุค่อยข้างเยอะซึ่งจะเหมะกับการเจริญเติบโตของกล้วยไม้ชนิดนี้ พบที่ป่าเบญจพรรณ "เขตศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าห้วยกุ่ม "จ.ชัยภูมิ
|
![]() |
(ว่านนางพญาลิ้นงู)
เป็นพืชหัวพบได้ทั่วไปในป่าแดงภาคอีสาน และพื้นที่เนินดอนน้ำถ่วมไม่ถึง ลักษณะทั่วไปเป็นพืชที่มีหัวและลำต้นใต้ดินเหมือนหัวหอม จะลงหัวในสภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมเช่น ฤดูแล้งจะไม่พบพืชชนิดนี้ พอถึงฤดูฝนมีน้ำและสารอาหารที่เพียงพอจึงจะสร้างใบให้เห็นอีกครั้งเพื่อสังเคราห์แสง ในปัจจุบันนิยมนำมาปลูกเลี้ยงเป็นว่านมงคลเพื่อป้องกันสัตว์มีพิษต่างๆเข้าใกล้เขตที่พัก และยังมีการนำมาใช้เป็นสมุนไพรในการถอนพิษแมลงและสัตว์ด้วย พบที่เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าห้วยกุ่ม จ.ชัยภูมิ
|
![]() |
(ต้นกระทือป่า)
เป็นไม้ในวงษ์ขิง มีเหง้าได้ดินติดกันเป็นแผ่นใหญ่คล้ายขิง ข่า แต่มีขนาดเล็กกว่าเล็กน้อย ลักษณะดอกเป็นดอกช่อ จะสามารถพบเห็นหน่อหรือลำต้นได้ในช่วงฤดูฝน ส่วนในช่วงแล้งกระทือจะพักหัวหรือสะสมอาหารไว้ในเหง้าใต้ดินเพื่อรอสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและมีน้ำเพียงพอต่อการเจริญเติบโตจึงจะแท่งหน่อขึ้นมาอีกครั้ง พืชชนิดนี้สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนที่มีอินทรียวัตถุสูงและน้ำท่วมไม่ถึง ต้องการแสงปานกลางจึงจัดเป็นสังคมพืชชั้นล่างของป่า พบได้ทั่วไปตามป่าเบญจพรรณ ป่าดิบเขาและป่าแดง ในภาคอีสานและพื้นที่อื่นๆของไทย
จากภาพ พบในช่วงฤดูฝนที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าห้วยกุ่ม จ.ชัยภูมิ
|
![]() |
(เฟรินชายผ้าสีดา)
เป็นเฟรินชนิดหนึ่ง ที่พบได้บอยตามป่าโดยจะพบทั้งป่าแล้งและป่าชื้น
พบที่ วนอุทยานน้ำตกตาดสูง จ.กาฬสินธุ์
|
![]() |
(มอส)
มอสจัดอยู่ในkingdomplant แต่เป็นพืชชั้นต่ำที่สุดในอาณาจักรพืช เนื่องจากว่าพืชชนิดนี้ไม่มีท่อลำเลียง และรากยังเป็นรากเทียม สร้างขึ้นเพื่อใช้ยึดเกาะ มอสจะเจริญเติบโตในบริเวณที่มีความชื้นสูง พบเห็นได้เยอะสุดในป่าดิบชื้น
จากรูป พบที่วนอุทยานน้ำตกตาดสูง จ.กาฬสินธุ์
|
![]() |
(เห็ด) เห็ดจัดเป็ดเชิ้อราที่มีบทบาทสำคัญในธรรมชาติ สถานะของเห็ดในนิเวศวิทยาคือทำหน้าที่เป็นผู้ย่อยสลาย โดยสิ่งมีชีวิตชนิดนี้จะทำการย่อยสลายซากพืชซากสัตว์เพื่อใช้ดำรงชีวิตและธาตุอาหารจะเกิดการหมุนเวียนในดิน ซึ่งจะสร้างประโยชน์แก่ต้นพืชน้อยใหญ่ต่างๆ นับว่าเป็นว่าเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กแต่สำคัญต่อพัฒนาการของป่าสู่ความอุดมสมบูรณ์ เชื้อราแทบจะทุกชนิดต้องอาศักความชื้นค่อนข้างสูงในการเจริญเติบโตและสร้างเซลล์สืบพันธุ์ ดังนั้นเรามักจะเจอเห็ดต่างๆ ในช่วงฤดูฝนตามป่าดิบและป่ารกทึบแสงแดดส่องถึงปริมาณน้อย จากภาพพบที่ วนอุทยานน้ำตกตาดสูง จ.กาฬสิน |
![]() |
(ต้นลิ้นมังกร)
เดินป่าฤดูฝนอย่าลืมสังเกตุสิ่งรอบข้างดีๆนะครับ เดี๋ยวไปเหยียบเด็กๆพวกนี้ ที่เห็นในภาพคือกล้วยไม้ดินขนาดเล็ก มีชื่อว่าลิ้นมังกร ลักษณะทั่วไปคือ ลำต้นไม่สูงบางต้นก็เสมอกับระดับพื้นดิน ใบบางคล้ายหญ้าปักกิ่งขึ้นสลับกัน ระบบรากเป็นรากดิน ดอกจะออกในช่วงเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ต้นลิ้นมังกรพัฒนาลำต้นได้อย่างเต็มที่เนื่องจากมีน้ำที่เพียงพอ รวมทั้งความชื้นอากาศด้วย พืชชนิดนี้สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีอินทรียวัตถุสูง จึงมักพบตามป่าชื้นหรือป่าดิบต่างๆที่แสงแดดส่องถึงไม่มากเกินไป
จากภาพพบที่ วนอุทยานน้ำตกตาดสูง จ.กาฬสินธุ์
|
![]() |
(กระทือป่าดอกเขียว)
เป้นไม้วงษ์ขิง มีเหง้าใต้ดิน พบดอกช่วงฤดูฝน
พบที่ สถานีวิจัยเกษตร มข.เขื่อนจุฬาภรณ์
|
![]() |
| (ไพลดำ) ไพลดำหรือไพลม่วง จัดเป็นพืชสมุนไพรมากประโยชน์อยู่คู่กับคนไทยมานาน ลักษณะทั่วไปของพืชชนิดนี้คือมีส่วนสะสมอาหารที่เรียกกันว่าแงงเป็นแผ่นยาวคล้ายแงงขิงและกระทือ เจริญเติบโตได้ดีในทุกสภาพดิน แต่ไม่ชอบน้ำท่วมขังเพราะจะทำให้แงงเน่าได้ ปัจจุบันนิยมนำมาปลูกเพื่อให้สรรพคุณทางยาและเป็นว่านป้องกันสิ่งไม่ดีต่างๆจะเข้ามาในบ้านเรือน |
![]() |
| (ว่านไก่ขัน) ลำต้นและดอกคล้ายกับกระเจียว แต่ใบเรียวและเล็กกว่ามาก พืชชนิดนี้มีการพักตัวในช่วงฤดูหนาวและฤดูแล้ง จะเริ่มสร้างหน่อหรือลำต้นใหม่ในต้นฤดูฝนต่อไป เริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทราย พบมากทางภาคอีสานตามพื้นที่ป่าโคก ป่าแดงน้ำท่วมไม่ถึง จากภาพในช่วงฤดูฝน เขตป่าชุมชน อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น |
![]() |
| (ว่านมหาอุดมแดง) ว่านมหาอุดมแดงจัดเป็นพืชในกลุ่มเดียวกันกับกระเจียว ซึ่งจะมีลำต้นจริงอยู่ใต้ดินทำหน้าที่สะสมอาหารเพื่อให้ต้นมีชีวิตรอดในช่วงพักตัวฤดูหนาวและฤดูแล้ง ใบมีลักษณะคล้ายพายแล้วแต่ชนิด เส้นกลางใบสีแดงดอกจะออกในช่วงเริ่มเข้าฤดูฝนลักษณะคล้ายกระเจียวแต่ก้านชูดอกไม่สูงมากจะโผล่พ้นดินแค่นิดเดียวเท่านั้น ปัจจุบันนิยมกันมากในวงการนักเล่นว่าน ซึ่งว่านชนิดนี้ให้คุณทางด้าน เมตตา มหานิยม มหาเสน่ห์ จากภาพพบในเขตป่าชุมชนบ้านใหม่ อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น |
![]() |
| (ว่านมหาอุดมเขียว) เป็นหนึ่งในว่านที่อยู่ในกลุ่มของดอกกระเจียวเช่นกัน ลักษณะของว่านชนิดนี้คือใบและก้านใบมีสีเขียวทั้งหมด ดอกมีสีขาวแกมเหลืองออกช่วงต้นฤดูฝน สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทรายตามเนินดอนน้ำท่วมไม่ถึง ปัจจุบันใช่เป็นว่านมหาเสน่ห์หายาก |
![]() |
| (ข้าวตอกฤาษี) |
![]() |
(หยาดน้ำค้าง)
เป็นพืชที่พบในที่สูง มากกว่า1000เมตรจากระดับน้ำทะเล ลักษณะทั่วไปคือเป็นไม้ล้มลุกกินแมลงมีอายุประมาณหนึ่งปี ใบจะมีขนที่เป็นต่อมผลิตน้ำที่เหนียวคล้ายน้ำหวานเพื่อล่อจับแมลง สามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพดินที่ไม่เก็บน้ำมากเกินไปเช่นดินทรายหรือดินร่วนปนทราย เราจึงมักจะพบพืชชนิดนี้ในช่วงฤดูฝนตามภูเขาหินทรายต่างๆและทุ่งหญ้าในพื้นที่สูง
จากภาพพบที่ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย
|
![]() |
| (หม้อข้าวหม้อแกงลิง) นี่ก็เป็นพืชอีกหนึ่งชนิดที่มีเสน่ห์และสร้างสีสันให้นักเดินป่า หม้อข้าวหม้อแกงลิงมีลักษณะเด่นเฉพาะตัวจึงทำให้ง่ายต่อการจดจำ รูปร่างและสีของใบมีความสวยงาม หม้อสีต่างๆที่เราพบเห็นจริงๆแล้วมันไม่ใช่ส่วนของดอกหรือผล แต่นั้นคือส่วนที่พัฒนามาจากใบ เพื่อใช้ในการล่อแมลง ภายในหม้อจะผลิตน้ำย่อยที่มีกลิ่นคล้ายกับน้ำหวาน เมื่อแมลงหรือสัตว์ขนาดเล็กตกลงไปก็จะทำการย่อยเพื่อสร้างอาหารเสริมให้ลำต้น พืชชนิดนี้เจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นอากาศค่อนข้างสูง ดินร่วนปนทราย จึงมีกพบตามที่ราบสูงและป่าหญ้าบนยอดเขา จากภาพพบที่ ยอดภูกระดึง จ.เลย |
![]() |
| (เอื้องคำหิน) |
![]() |
| (กระดุมเงิน) |
![]() |
(เฟรินข้าหลวงหลังลาย) |
![]() |
(หญ้ารีแพร) พืชล้มลุกตระกุลไผ่ มีอายุหลายปี พบได้ทั่วไปทุกภาคของไทยตามป่าเบญจพรรณ ลักษณะของต้นหญ้ารีแพรเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ใบเรียงสลับกัน ส่วนดอกเป็นช่อแขนงปัจจุบันมีการนำมาใช้ประโยชน์อย่างแพร่หลายทั้งเป็นสมุนไพรในรักษาปัญหาเรื่องสุขภาพเพศหญิงและผลิตเครื่องสำอาง จากภาพพบที่ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย |
![]() |
| (รองเท้านารี) สำหรับภาพนี้ผมก็จะอธิบายภาพรวมของกล้วยไม้รองเท้านารีนะครับ สำหรับการจำแนก |
![]() |
(เมล็ดต้นบุก) ต้นบุกจัดเป็นไม้ล้มลุก อายุนานหลายปี ช่วงฤดูฝนเราถึงจะสามารถมองเห็นลำต้นสีเขียวเหนือพื้นดิน ซึ่งถูกสร้างมาจากหัวของบุกที่มีลักษณะคล้ายกับฟักทองอยู่ใต้ดินทำหน้าที่สะสมอาหารในช่วงที่สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมหรือฤดูแล้ง เพื่อรอสร้างต้นใหม่ในช่วงที่เหมาะกับการเจริญเติบโต จากนั้นจะสร้างดอกเพื่อให้ผลในการขยายพันธุ์ จากการสังเกตุและเรียนรู้พืชชนิดนี้ ผมเองมองว่าเป็นพืชที่มีการปรับตัวและการกระจายพันธุ์ที่ดีมาก สามารถพบพืชชนิดนี้ได้ทั่วไปตามป่าเชิงเขารวมทั้งป่าโคก ป่าแดงน้ำท่วมไม่ถึงในเขตภาคอีสาน เนื่องจากการปรับตัวที่ดีและสามารถเจริญเติบโตได้ทุกสภาพดิน ปัจจัยที่มีส่วนในการขยายและแพร่พันธุ์อีกอย่างที่สำคัญ คือสัตว์ป่าและนกต่างๆ ผลของบุกมีสีแดงสดมองเห็นระยะไกล เป็นแหล่งอหารที่ดีของสัตว์ป่าจากนั้นเมล็ดก็จะติดไปกับมูล เมื่อได้รับปัจัยที่จำเป็น ทั้งน้ำและแสงก็จะงอกเจริญพันธุ์ต่อไป จากภาพเป็นผลที่สุกเต็มที่ของบุก พบที้ อุทยานแห่งชาติ ภูกระดึง จ.เลบ |
![]() |
| (รากสามสิบ) |
![]() |
| (ต้นต้างหรือโฮย่า) |
![]() |
(กล้วยไม้ป่ากะเรกะร่อน)
เป็นกล้วยไม้ป่าชนิดหนึ่งที่พบได้ทั่วไปทุกพื้นที่ทั้งบริเวณที่ลุ่มและที่สูง เจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศที่มีความชื้นค่อนขางสูง ภาษาถิ่นบางพื้นที่เรียกกล้วยไม้ผี ลำต้นมีสีเขียวอ่อนคล้ายต้นหญ้าแต่ในอวบน้ำแลกหนามาก ดอกมีสีน้ำตาลอมแดงลาย ส่วนรากเป็นรากแบบกึ่งอากาศ พบในเขตอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย
|
![]() |
(กล้วยไม้ดินม้าวิ่ง)
เป็นกล้วยไม้ดินชนิดหนึ่ง มีใบที่หนาสีเขียวอมแดงหรือบางครั้งอาจมองเห็นเป็นสีเขียว ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม ดอกมีสีชมพูหรือขาวแล้วสายพันธุ์ อาศัยอยู่ตามลานหินหรือหน้าผา โดยจะใช้รากที่เป็นรากแบบกึ่งอากาศยึดเกาะกับเศษอินทรียวัตถุต่างๆ เพื่อหาอาหารและขยายกอในการเจริญเติบโต โดยทั่วไปเป็นพืชที่ค่อนข้างทนแล้ง สามารถพบเห็นได้ทั่วไปตามป่าแดง ป่าเต็งรังหรือป่าเบญจพรรณที่มีลานหินหรือโขดหินหรือแม้กระทั่งตามพื้นดินที่อุดมสมบูรณ์ จากภาพพบในช่วงฤดูหนาว ในเขตภูกระดึง จ.เลย
|
![]() |
| (เอื้องหมายนา) |
![]() |
(เฟรินกระแตไต่ไม้)
|
![]() |
| (กล้วยไม้ดินเอื้องน้ำต้น) |
![]() |
| (ดอกหรีด) |
![]() |
| (ต้นกล้าของสน) |
![]() |
(ฟรุสตี้ไลเคน)
ฟรุสตี้ไลเคน หรือที่เรารู้จักและเรียกกันว่า ฝอยลม เป็นดัชนีวัดความบริสุทธิ์ของอากาศ ซึ่งจะพบในพื้นที่สูง เช่น ป่าดิบเขา ป่าสน เป็นต้น จากภาพพบที่ลานป่าสนบริเวณหลังแป ภูกระดึง จ.เลย
|
![]() |
(ว่านสาวหลง)
เป็นพืชที่พบได้ค่อนข้างยากในปัจจุบัน ปกติจะเจอตามป่าที่มีดินอุดมสมบูรณ์ ลักษณะทั่วไปของว่านสาวหลงเป็นไม้ที่มีลำต้นแท้หรือหัวอยู่ใต้ดิน ส่วนลำต้นสีเขียวที่เราเห็นเหนือพื้นดินคือลำต้นเทียม ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสังเคราะห์แสงสะสมอาหารในฤดูฝนหรือช่วงที่สภาพแวดล้อมเหมาะแก่การเจริญเติบโต ใบจะมีลักษณะคล้ายกับต้นข่า แต่จะเรียวแหลม และใต้ใบจะมีข่น จากภาพพบในเขตป่าดิบที่ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง
|
![]() |
| (ว่านค้างคาวดำ) |
![]() |
| (ฟองหิน) |
![]() |
(หญ้าร้อยชู้)
ลักษณะทั่วไปของต้นคือ โคนใบมีสีแดงเลือดหมู ส่วนแผ่นใบด้านบนมีสีเขียวเข้ม ใบหนา รากจะอวบน้ำและมีขนาดใหญ่ พบที่ ป่าชุมชนบ้านใหม่ อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น
|
![]() |
(หัวอากาศ ว่านพระฉิม)
เป็นไม้เถาเลื้อยตามต้นไม้ใหญ่ โคนใบเว้าคล้ายรูปหัวใจ เถามีสีเขียว มีหัวสะสมอาหารได้ดินมีทั้งขนาดเล็กและใหญ่ขึ้นอยู่กับสภาพดินและอายุของพืช บริเวณซอกใบมีผลหรือหัวอากาศ สามารถนำไปขยายพันธุ์ ให้ต้นใหม่ในฤดูถัดไปได้ สามารถพบเห็นไก้ตามป่าโปร่งตามภาคอีสานและบริเวณที่น้ำถ่วมไม่ถึง ปัจจุบันเป็นที่นิยมของผู้สะสมว่านเพราะมีสรรพคุณทางยาเด่นในเรื่องรักษาเชื้อราตามผิวหนัง นอกจากนี้ยังใช้เป็นว่านมงคลทางเมตตามหานิยมและป้องกันสิ่งไม่ดีต่างๆด้วย จากภาพเป็นหัวอากาศของว่านพระฉิม พบที่เส้นทางศึกษาธรรมชาติ โครงการอนุรักษ์อนุกรมวิธานพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เขตมหาวิทยาลัยขอนแก่น
|
![]() |
| (กล้วยไม้สิงโต) การแยกกล้วยไม้สกุลที่คล้ายคลึงกันอย่างสิงโตและเอื้อง มีหลักการคือถ้ามีใบเพียงหนึ่งใบ ระบบรากแบบกึ่งอากาศ ลำต้นสั้นค่อนข้างกลมจะจำแนกอยู่กลุ่มของสิงโต ส่วนลักษณะใกล้เคียงกันแต่มีมากกว่าสองใบเราจะเรียกเอื้อง |
![]() |
| (เห็ดขอนไม้) สามารถพบเจอได้บ่อยๆในป่าดิบ ความชื้นสูง ส่วนถ้าเป็นป่าโคกป่าแดงหรือป่าแล้งต่างๆจะพบได้ในช่วงฤดูฝน |
![]() |
| (เห็ดหิ้ง) |
![]() |
| (ต้นสามร้อยยอด) เป็นพืชไร้ดอก มีลำต้นขนาดเล็ก ลำต้นมีสีเขียวอ่อนอมเหลือง ไม่มีเนื้อไม้ มีใบขนาดเล็กหนาแน่นมากตามกิ่งมีลักษณะเรียวลู่ขึ้นด้านบนไปตามกิ่ง ขยายพันธุ์ด้วยสปอร์ พบตามพื้นที่ราบสูงหรือตามหลังเขาที่มีความชื้นสูง เจริญได้ดีในดินร่วนปนทรายที่มีความอุดมสมบูรณ์ จากภาพพบที่ หลังแป ภูกระดึง จ.เลย |
![]() |
| (เฟรินก้านดำ) |
![]() |
| (ต้นเอนอ้า) |
![]() |
| (เอื้องคำ) |
![]() |
| (กล้วยไม้รองเท้านารีปีกแมลงปอ) ลักษณะทั่วไปของพืชชนิดนี้คือ มีระบบรากดิน รากมีขนเล็กน้อย ใบเป็นรูปตัววีมีลายจุดด่างตลอดลำต้น เจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีอินทรียวัตถุสูงและต้องการความชื้นมากจะพบเห็นได้ตามป่าชื้นต่างๆ และป่าดิบเขา เป็นหนึ่งในกล้วยไม้ดินที่หายาก บางชนิดใกล้จะสูญพันธุ์ เนื่องจากเป็นไม้ดอกไม้ประดับที่มีคนนิยมปลูกเลี้ยงเป็นจำนวนมาก ตลาดทั้งในและต่างประเทศต้องการสูง จึงทำให้มีการลักลอบนำสายพันธุ์จากป่าออกไปขาย อีกอย่างกล้วยไม้ชนิดนี้ถ้านำมาขยายพันธุ์ทางเทคโนโลยีการเกษตรเช่น เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และเพาะเมล็ด จะได้ผลผลิตน้อยเติบโตยากจึงทำปัจจุบันยังมีการหาจากป่าออกมาขาย ซึ่งด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้จำนวนรองเท้านารีในธรรมชาติลดลงอย่างรวดเร็ว จากภาพพบที่ ป่าดิบเขาในเขตภูหลวง |
![]() |
| (โด่มิรู้ล้ม) |
![]() |
| (สิงโตดอกคำสร้อย) |
![]() |
| (เอื้องแซะดอยปุย) |
![]() |
| (ผักกูด) |
![]() |
| (โพริโอสไลเคน) |
![]() |
| (ต้นตาเหินไหวหรือข่าโคม) |
![]() |
| (กกกันดาร) |
![]() |
| (หญ้าขนตาช้าง) |
![]() |
| (เตยป่า) |
![]() |
| (เอื้องพวงหยก) |
![]() |
| (เอื้องสร้อยระย้า) |
![]() |
| (กล้วยไม้ดินน้ำเต้าฤาษี) |
![]() |
| (เอื้องต่อเหลี่ยม) |
![]() |
| (เอื้องนิ่ม) |
![]() |
| (สิงโตขาแมงมุม) |
![]() |
| (เอื้องสำเภางาม) |
![]() |
| (ตะขาบขาว) |
![]() |
| (เตยหนาม) |
![]() |
| (เอื้องลำต่อกลม) |
![]() |
| (สิงโตใบพาย) |
![]() |
| (เอื้องผึ้ง) |
![]() |
| (ส้มแปะ) |
![]() |
| (หญ้าปราบดอย) |
![]() |
| (ต้นก๊อกหม่อง) เป็นพืชอิงอาศัย เกาะอยู่ตามต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่สูง เจริญเติบโตได้ดีในบริเวณที่มีความชื้นอากาศค่อนข้างมาก ดอกมีสีชมพูแกมขาว ออกดอกให้เราเห็นได้ในช่วงฤดูหนาว จากภาพพบ ที่ภูหลวง จังหวัดเลย |
![]() |
| (เฟิร์นตีนตะขาบ) |
![]() |
| (สิงโตรังแตนหรือสิงโตรวงข้าวเล็ก) |
![]() |
| (กล้วยไม้นิ้วมือนาง) |
![]() |
| (รองเท้านารีอินทนนท์) |
![]() |
| (ประทัดดอยหรือประทัดจีน) |
![]() |
| (ทำทานหรือดอกไม้เงิน) |
![]() |
| (สิงโตก้านหลอด) |
![]() |
| (เอื้องน้ำต้น) |
![]() |
| (ครั่งแสด) |
![]() |
| (สิงโตขยุกขยุย) |
![]() |
| (สนทรายหรือสนหอม) |
![]() |
| (เอื้องพลายงาม) |
![]() |
| (เอื้องตาเหิน) |
![]() |
| (กล้วยไม้แววมยุรา) |
![]() |
| (เอื้องมัจฉานุ) |
![]() |
| (ดอกสร้อยระย้า) |
![]() |
| (เอื้องหมาก) |
![]() |
| (เอื้องสีเที่ยงหรือกระเจียง) |
![]() |
| (กล้วยไม้หนวดพราหมณ์เผือก) |
![]() |
| (เห็ดนิ้วมือดำ) |
![]() |
| (ต้นโกงกาง) |
![]() |
| (ดอกยางนา) |
![]() |
| (รากอากาศของต้นแสม) |
![]() |
| (กล้วยไม้เข็ม) |
![]() |
| (เห็ดหูหนู) |
![]() |
| (เอื้องกุหลาบ) |
![]() |
| (เขากวางอ่อน) |
![]() |
| (เห็ดหลินจือแดง) |
![]() |
| (ต้นปรงป่า) |
![]() |
| (เห็ดแชมเปญ) พบในช่วงฤดูฝนที่ อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น จังหวัดสระบุรี |
![]() |
| (ต้นขันหมากเศรษฐี) |
![]() | ||
(เห็ดฟาน)
|
![]() |
| (ทองพันดุล) |
![]() |
| เพิ่มคำอธิบายภาพ |
![]() |
| (ครัสโตสไลเคน) เป็นไลนเคนชนิดหนึ่ง ที่มีลักษณะเฉพาะคือเป็นฝุ่นอัดแน่นจนไม่สามารถแยกจากหินได้ พบทั่วไปตามป่าชนิดต่างๆ จากภาพพบที่ อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ จ.อุบลราชธานี |
![]() |
| (ว่านกลิ้งกลางดง) |
![]() |
| (เฟิร์นต้น) |
![]() |
| (เฟิร์นกระแตไต่ไม้) |
![]() |
| (คัสโตสไลเคนสีส้ม) |
![]() |
| (ต้นมณเฑียรทอง) |
![]() |
| (ผักหวานป่า) |
![]() |
| (เห็ดแชมเปญ) |
![]() |
| (ดอกเข้าพรรษาขาว) |
![]() |
| (หญ้ารีแพร์) |
![]() |
| (ว่านธรณีเย็น) |
![]() |
| (ว่านเพชรกลับแดง) |
![]() |
| (เฟิร์นก้านเขียว) |
![]() |
| (เห็ดขอนแดง) |
![]() |
| (ต้นแนบอุรา/ตีนตุ๊กแกยักษ์) |
![]() |
| (พูพอน) |
![]() |

![]() |
| (เห็ดชามแดง) |
![]() |
| (เห็ดหางไก่งวง) |
![]() |
| (เห็ดหูหนู) |
![]() |
| (เห็ดพายทอง) |


























































































































































สวยจังเลยค่ะ ติดตามผลงานอยู่นะคะ 😘😘
ตอบลบครับผม.. :)
ลบสวยงาม น่าติดตาม ค่ะ
ตอบลบข้อมูล เอาให้อ้างอิงได้
ภาพ ดอกยางนา เปลี่ยนเป็น ผลยางนา ( ลูกยางนา )นะคะ
ในรูป ไม่ใช่ดอกค่ะ
ชอบมากๆ ได้ความรู้ใหม่ๆเยอะมากเลย ขอบคุณค่ะ
ตอบลบงามมากๆครับ
ตอบลบติดตามชอบค่า
ตอบลบBetfair - MapyRO
ตอบลบBetfair 남원 출장안마 is 청주 출장샵 a gambling company that offers some of the finest betting odds for every sport and 오산 출장샵 markets. Read more 춘천 출장마사지 than 울산광역 출장샵 3,200 reviews, see Betfair - MapyRO